ครั้งนี้ขอกล่าวโดยหลักการ เเสดงเหตุเเละผลของบุญที่ส่งให้เกิดผลเป็นความสุขดังนี้
การทำบุญในพุทธศาสนากระทำได้ 3 ทางคือ กาย วาจา เเละ ใจ ด้วยวิธีการย่อๆที่สรุปได้ 3 อย่าง ได้เเก่
1.การให้ทาน คือ การเเบ่งปันกัน ทั้งสิ่งที่เป็นทรัพย์สิ่งของ ความรู้ความดี เเละ อารมณ์ที่ขุ่นมัว
2.การรักษาศีล คือ การสำรวมกาย วาจา ไม่ให้ไปเบียดเบียนกระทบกระทั้งใครๆ
3.การเจริญภาวนา การหมั่นรักษาอารมณ์ให้สงบเเละผ่องใส
หากใครหมั่นทำความดีเหล่านี้ให้ครบถ้วนทั้ง ทาง ย่อมมีผลดีเกิดขึ้นตั้งเเต่ ระดับจิตใจ จะเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง สบายอกสบายใจที่ตนทำเเต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่เคยก่อกรรมทำเข็ญกับใคร ย่อมปลอดโปร่งโลงใจเป็นธรรมดา ส่งผลให้มีบุคคลิกภาพดี เป็นคนร่าเริง เปิดเผย องอาจกล้าหาญในทุกทีทุกสถาน มีสติปัญญาไหวพริบรู้เหตุที่ทำให้เสื่อมเเละเจริญ หากรักษาความดีนี้ให้สม่ำเสมอคงเส้นคงวา เครดิตชื่อเสียงที่ดีก็จะค่อยเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยอมรับนับถือในสังคม โอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าในชีวิติเเละธุรกิจการงานก็เป็นไปได้ง่าย คนดีๆจะคบหา โอกาสดีๆ ก็จะเข้ามา กลายเป็นความสุขเเละความสำเร็จของชีวิตได้เพราะการสั่งสมบุญ
บุญเป็นเหตุให้ชีวิตดีขึ้น
วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559
นั่งสมาธิเเล้ว มีความสุขอย่างไร
สุขทุกข์เกิดขึ้นที่ใจ ถ้าเราจดจ่อกับเรื่องทุกข์ กลัวเเต่ปัญหา กังวลเเต่ผลร้าย เราก็จะรู้สึกทุกข์ นึกถึงทางออก บอกตัวเองให้ปล่อยวาง มุ่งหาหนทางไปสู่ความสำเร็จไม่ได้ การฝึกสมาธิ คือ การฝึกรีเซตจิตใจ ให้เป็นอิสระจากเรื่องราวทั้งหลายไม่ว่าดีหรือร้าย สภาพนี้จะเป็นไปเองโดยธรรมชาติ เมื่อเราผ่อนคลายร่างกาย ตัดใจไม่สนใจเรื่องใดๆ เเล้วเอาใจกลับมาไว้ภายในตัวเรา วางใจเราเบาๆ นิ่งไว้กับความสบายได้ยาวนานเเละต่อเนื่อง ฉันจึงรู้สึกสบายเเละมีความสุขทุกครั้งที่ได้นั่งสมาธิ
ผู้ที่จะทำสมาธิได้ดีมีความสุข ต้องมีพื้นฐานการรักษาศีลอย่างน้อยคือศีล ๕ มาอย่างดี จึงจะปล่อยวางตัดใจวิ่งเข้าหาความสบายเเละความสุขได้จริงๆ
![]() |
| สมาธิ คือ การทำให้ใจสงบหยุดนิ่ง |
![]() |
| ศีล คิอ การไม่เบียดเบียนกันช่วยให้กายเเละวาจาสงบ |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



